
ผู้ใช้สื่อออนไลน์ชื่นชมการอภิปรายของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาล ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) ซึ่งหลายคนมองว่า เป็นการอภิปรายที่เข้าใจง่าย ไหลลื่น แต่ข้อมูลแน่น โดยไม่ต้องถือโพยมาอ่านแต่อย่างใด แม้อภิปรายนานกว่า 30 นาที
เทียบปัญหาเป็นกระดุม 5 เม็ด วอนแก้ที่ดินทำกินก่อน
นายพิธา วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลว่า ไม่มีอะไรใหม่ เพราะทุกเรื่องถูกพูดถึงมาแล้วตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปที่ดิน การพักชำระหนี้เกษตรกร แต่ปัญหาด้านการเกษตรแก้ไขได้ โดยเปรียบว่าต้องติดกระดุม 5 เม็ดให้ถูกดังนี้
- กระดุมเม็ดที่ 1 คือ การกำจัดปัญหาที่ดินทำกิน ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นผลจากการปล่อยให้นายทุนได้รับสิทธิพิเศษ โดยไม่เหลียวแลประชาชนเท่าที่ควร และการที่ภาครัฐขีดเส้นป่าสงวนที่ทำให้ชาวบ้านกลายเป็นศัตรูกับป่า แต่ถ้าหากแก้ปัญหานี้ได้ ก็จะทำให้ติดกระดุมเม็ดที่ 2 และเม็ดต่อๆ มาได้
- กระดุมเม็ดที่ 2 คือ เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะทุกวันนี้เกษตรกรจำนวนมากไม่มีที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรสร้างระบบสินเชื่อทางเลือก ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้ด้วย
- กระดุมเม็ดที่ 3 คือ การลดพึ่งพาสารเคมี เพราะสารเคมีเหล่านี้มีผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ทั้งยังทำให้ต้นทุนของการเพาะปลูกสูงขึ้น
- กระดุมเม็ดที่ 4 คือ การส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรและการเสริมสร้างนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น ทำให้เกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้นไปอีก
- กระดุมเม็ดที่ 5 คือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่กำลังเป็นกระแสใหม่ของโลก อย่างที่รัฐบาลอิตาลีและญี่ปุ่นกำลังส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริงในประเทศตัวเอง แต่ไทยยังคงติดปัญหาที่ดินทำกิน หรือกระดุมเม็ดที่ 1 ที่ยังแก้ไขไม่ได้
แนะแก้ปมกัญชา-ประมง
นายพิธา ยังกล่าวถึงงานอื่นๆ ที่รัฐบาลจะต้องแก้โจทย์ให้ได้ อย่างเช่น การเปิดเสรีกัญชา ที่สุดท้ายอาจตกอยู่ในมือนายทุน และการประมง ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกฎหมายและการให้ประโยชน์กับผู้ทำประมงขนาดใหญ่ โดยไม่ฟังเสียงประชาชน
ปัญหาเหล่านี้ นายพิธากล่าวว่า ยังทำให้จำนวนเกษตรกรไทยลดลงจากราว 25 ล้านคนเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เหลือเพียง 16 ล้านคนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลจะมีนโยบาย อย่างเช่น การลดภาษีเกษตรกร การจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เหมือนกับที่ให้สิทธิพิเศษต่างๆ กับกลุ่มทุนรายใหญ่ หรือไม่